TradingKey – เมื่อวันที่ 2 เมษายน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยแผนภาษีตอบโต้ โดยกำหนด “ภาษีขั้นต่ำขั้นพื้นฐาน” ที่ 10% สำหรับคู่ค้าทางการค้าทุกราย พร้อมทั้งภาษีตอบโต้ในอัตราที่สูงขึ้นสำหรับกว่า 60 ประเทศที่มีดุลการค้าที่ขาดทุนสูงกับสหรัฐฯ
ตามตารางภาษีตอบโต้ที่ทรัมป์ประกาศ สหรัฐฯ จะกำหนดภาษีเพิ่มเติม 34% สำหรับสินค้าจากจีน นอกเหนือจากอัตราเพิ่ม 20% ที่ได้ดำเนินการแล้ว ทำให้อัตราภาษีรวมบนสินค้าจีนใกล้เคียง 60% ตามที่ทรัมป์สัญญาไว้ในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว
นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะกำหนดภาษีที่ 20% สำหรับสหภาพยุโรป, 24% สำหรับญี่ปุ่น, 25% สำหรับเกาหลีใต้, 26% สำหรับอินเดีย, 31% สำหรับสวิตเซอร์แลนด์, 46% สำหรับเวียดนาม และ 49% สำหรับกัมพูชา รวมถึงประเทศอื่นๆ อีกด้วย
ตามการประเมินของ Bloomberg Economics อัตราภาษีที่แท้จริงสำหรับสินค้านำเข้ามูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นประมาณ 23% – ระดับสูงสุดในรอบกว่าศตวรรษ
ตรงกันข้ามกับที่ทรัมป์เรียกการเคลื่อนไหวนี้ว่า “วันปลดปล่อย” Manfred Weber ประธานพรรคประชาชนยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในรัฐสภายุโรป กล่าวว่ามันเป็น “วันแห่งความขมขื่น”
Takahide Kiuchi หัวหน้าเศรษฐศาสตร์ที่ Nomura Securities เตือนว่าภาษีของทรัมป์มีความเสี่ยงที่จะทำลายระเบียบการค้าเสรีทั่วโลกที่สหรัฐฯ ได้เป็นผู้นำตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนว่าภาษีใหม่เหล่านี้จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดวิกฤตถดถอย ในขณะที่ครัวเรือนชาวอเมริกันธรรมดาจะต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตที่เพิ่มขึ้นถึงหลักพันดอลลาร์
Antonio Fatas ศาสตราจารย์ที่ INSEAD Business School ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่ “ผลการดำเนินงานที่แย่ลง ความไม่แน่นอนที่มากขึ้น หรือแม้กระทั่งวิกฤตเศรษฐกิจโลก” สำหรับทั้งสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก