วิธีตรวจสุขภาพทางการเงินด้วยตัวเองผ่านการเงิน 4 ด้าน

หลายคน ทุกๆ ปีจะไปตรวจสุขภาพประจำปี ว่าเราสุขภาพร่างกายแข็งแรงรึปล่าว? อันไหนไม่ดี เช่น ค่าความดัน น้ำตาล ไขมันต่างๆ ไม่ดี เพียงแค่ ออกกำลังกาย ทานอาหารให้เป็นประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ กินยาบรรเทาอาการทำให้ผลเหล่านั่นมันดีขึ้น “ความแข็งแรงของร่างกายจึงวัดผ่านการตรวจสุขภาพประจำปี”
แต่สิ่งที่สำคัญที่คนส่วนใหญ่หลายคนละเลยไม่เคยได้ตรวจเลย คือ การตรวจสุขภาพการเงินของตัวเองเลย ผ่าน 2 งบการเงิน ทั้งงบรายรับจ่าย และงบทรัพย์สินและหนี้สิน “ความแข็งแรงของการเงินจึงต้องวัดผ่านการตรวจสุขภาพการเงินประจำปีเช่นกัน”
เวลาเราป่วยเราต้องไปหาหมอ เพื่อไปตรวจว่าร่างกายผิดปกติเป็นอะไรไหม เช่นเดียวกัน การตรวจสุขภาพการเงิน เหมือนกับการหาหมอด้านการเงิน เพื่อดูการเงิน 4 ด้าน แต่ละด้านเป็นเช่นไร? ทั้งด้าน สถานะทางการเงิน สภาพคล่อง หนี้สินและโอกาสความมั่งคั่งในอนาคตจะเป็นอย่างไร
และถ้าถามว่าเราควรวิธีตรวจสุขภาพทางการเงิน ปีละกี่ครั้งดี คำตอบคือ อย่างน้อยปีละครั้งครับที่เหลือ ก็จะเป็นเหตุการณ์อะไรที่กระทบต่อการเงินที่สำคัญก็ควรมาตรวจก่อนครับ
มาทำความรู้จักงบรายรับ รายจ่าย
งบรายรับ รายจ่ายคือ งบที่แสดงถึงว่า เรามีรายรับมาจากไหนบ้าง? รายจ่ายเป็นเท่าไหร่? มีเงินคงเหลืออะไรบ้าง?
งบนี้จะช่วยแก้ปัญหาคือ เราหาเงินมาตั้งนานเงินหายไปไหนหมด? จากสมการ รายรับ – รายจ่าย = เงินคงเหลือ
ซึ่ง การทำงบตัวเองอาจจะเริ่มนึกว่าเรามีรายรับ / รายจ่ายต่อเดือนกี่บาท และลองประมาณการณ์เป็นรายปีตามตัวอย่าง
รายรับ มี 2 แหล่ง คือ จากการทำงาน และ จากการลงทุน
รายจ่าย มี 3 แหล่ง คือ จ่ายคงที่ จ่ายผันแปร จ่ายเพื่อการลงทุน
มาลองดูงบรายรับ รายจ่ายตัวอย่าง ของคนทำงานประจำกัน ใส่ใจการลงทุนกันนะครับ!
มาทำความรู้จักงบทรัพย์สินและหนี้สิน
งบทรัพย์สินและหนี้สิน คือ งบที่แสดงสถานะการเงิน ว่าปัจจุบันเรามีสินทรัพย์อะไรบ้าง? หนี้สินอะไรบ้าง สุดท้ายความมั่งคั่งสุทธิเป็นแบบไหน
งบนี้จะช่วยแก้ปัญหา คือ ทำงานมาตั้งนาน เราเปลี่ยนเงินเป็นทรัพย์สินอะไรบ้าง และหนี้สินที่เรามีอยู่คืออะไร?
จากสมการ สินทรัพย์ – หนี้สิน = ความมั่งคั่งสุทธิ
สินทรัพย์ คือ มูลค่าปัจจุบันของสินทรัพย์ที่มีมูลค่า เช่น บัญชีเงินฝาก กองทุนรวม มูลค่าบ้าน รถ เป็นต้น
หนี้สิน คือ มูลค่าหนี้คงค้าง เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้บ้าน หนี้ รถ เป็นต้น
ความมั่งคั่งสุทธิ = สินทรัพย์รวม - หนี้สินรวม
สินทรัพย์สภาพคล่อง คือ มูลค่าของสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที มีความเสี่ยงต่ำ เช่น บัญชีเงินฝาก กองทุนรวมตลาดเงิน
สินทรัพย์ลงทุน คือ มูลค่าของสินทรัพย์ลงทุน เช่น สลากออมสิน กองทุนรวม กองทุนรวม SSF,LTF,RMF และหุ้น
สินทรัพย์ส่วนตัว คือ มูลค่าของสินทรัพย์ส่วนตัวไว้ใช้งาน อยู่อาศัย เช่น มูลค่าบ้าน มูลค่ารถ มูลค่าของสะสมต่างๆ
หนี้สินระยะสั้น คือ มูลค่าหนี้คงค้างที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี เช่น หนี้คงค้างบัตรเครดิต
หนี้สินระยะยาว คือ มูลค่าหนี้คงค้างที่มีอายุมากกว่า 1 ปี เช่น หนี้บ้าน หนี้รถ
มาลองดูงบทรัพย์สิน/หนี้สิน ตัวอย่าง ของคนทำงานประจำกัน ใส่ใจการลงทุนกันนะครับ!
วิธีตรวจสุขภาพการเงินด้วยตัวเองผ่านการเงิน 4 ด้าน
หลังจากเราได้เริ่มทำงบการเงินของตัวเองไปแล้ว ทั้งงบรายรับ รายจ่าย รวมไปถึง งบทรัพย์สินและหนี้สิน
ครั้งนี้เราจะใช้ตัวเลขจากงบการเงินทั้งหลายมาวิเคราะห์ว่าสุขภาพการเงินของเราเป็นเช่นไร มีอะไรดีแล้ว แล้วมีอะไรต้องปรับปรุงหรือปล่าว?
วันนี้ผมเลยมีวิธีการตรวจการตรวจสุขภาพการเงินอย่างง่ายมาฝากเพื่อนๆ ครับ
ลองตรวจดูว่า สุขภาพการเงิน 4 ด้านการเงินของเราปกติไหม? มีอะไรต้องรีบแก้ไขหรือปล่าว?
◆ สูตรในการคำนวณ ◆
● ด้านที่ 1. “สถานะการเงิน” เราเป็นยังไง?
สุขภาพการเงิน | ควรเป็นแบบไหน |
1. ความมั่งคั่งสุทธิ (ความรวย) = สินทรัพย์ทั้งหมด - หนี้สินทั้งหมด (บาท) | เป็นบวก ยิ่งบวก ยิ่งรวย |
2. ความอยู่รอด = รายได้รวม / ค่าใช้จ่ายรวม (เท่า) | > 1 แสดงว่ามีรายรับที่เพียงพอค่าใช้จ่าย |
● ด้านที่ 2. “สภาพคล่อง” เราดีอยู่มั้ย?
สุขภาพการเงิน | ควรเป็นแบบไหน |
3. สภาพคล่องระยะสั้น = สินทรัพย์สภาพคล่องรวม/หนี้สินระยะสั้นรวม (เท่า) | > 1 แสดงว่ามีเงินเพียงพอในการจ่ายหนี้ระยะสั้น |
4. สภาพคล่องพื้นฐาน (เงินเก็บฉุกเฉิน) = สินทรัพย์สภาพคล่องรวม / ค่าใช้จ่ายต่อเดือนรวม (เดือน) | ควรมีอย่างน้อย 3 – 6 เดือน เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน |
● ด้านที่ 3. มี “หนี้สินเกินตัว” อยู่หรือไม่?
สุขภาพการเงิน | ควรเป็นแบบไหน |
5. สัดส่วนหนี้สิน vs สินทรัพย์ = หนี้สินรวม / สินทรัพย์รวม (%) | < 50% แสดงว่ามีสัดส่วนหนี้สินที่เหมาะสม |
6. ความสามารถในการจ่ายหนี้ = ผ่อนหนี้สินต่อปี / รายรับต่อปี (%) | < 45% แสดงว่ามีสัดส่วนผ่อนหนี้สินที่เหมาะสม |
● ด้านที่ 4. จะมีโอกาส “รวย” ในอนาคต?
สุขภาพการเงิน | ควรเป็นแบบไหน |
7. สัดส่วนการลงทุน = สินทรัพย์ลงทุน/ความมั่งคั่งสุทธิ (%) | > 50% แสดงว่ามีสัดส่วนสินทรัพย์ลงทุนที่ดี |
8. สัดส่วนการออม = (รายจ่ายเพื่อออมและลงทุน + เงินคงเหลือ) / รายรับ (%) | > 10% แสดงว่าหาเงินเก่งและเก็บเงินเป็น |
◆ ตัวอย่างในการคำนวณ จากตัวอย่าง งบการเงินข้างบน ◆
● ด้านที่ 1 “สถานะการเงิน” เราเป็นยังไง?
1. ความมั่งคั่งสุทธิ(ความรวย) = 5,400,000 - 2,020,000= 3,380,000 บาท มีสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน มีความมั่งคั่ง
2. ความอยู่รอด = 614,000/ 601,600 = 1.02 เท่า แสดงว่าอยู่รอด มีการใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้ที่มี
● ด้านที่ 2 “สภาพคล่อง” เราดีอยู่มั้ย?
3. สภาพคล่องระยะสั้น = 150,000/20,000 = เท่า แสดงว่ามีการจ่ายหนี้ระยะสั้นไหวอยู่
4. สภาพคล่องพื้นฐาน(เงินเก็บฉุกเฉิน) = 150,000/(601,600/12) = 3 เดือน แสดงว่ามีสภาพคล่องเพียงพอรองรับได้ 3 เดือน
● ด้านที่ 3 มี “หนี้สินเกินตัว” อยู่หรือไม่?
5.สัดส่วนหนี้สิน vs สินทรัพย์ = 2,020,000/5,400,000 = 37.41% แสดงว่ามีสัดส่วนหนี้ที่เหมาะสม
6.ความสามารถในการจ่ายหนี้ = 108,000/614,000 = 17.59% แสดงว่ามีการผ่อนหนี้สินที่เกินตัว ไม่ควรก่อหนี้เพิ่ม
● ด้านที่ 4 จะมีโอกาส “รวย” ในอนาคตมั้ย?
7. สัดส่วนการลงทุน = 850,000/3,380,000 = 25.15% แสดงว่าสัดส่วนการลงทุนไม่เหมาะสมควรเพิ่มสินทรัพย์ลงทุน
8. สัดส่วนการออม = (58,000+12,400)/614,000 = 11.47% แสดงว่ามีการออมที่ดี
เห็นมั้ยครับการตรวจสุขภาพการเงินประจำปีและการทำงบการเงินของตัวเอง ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเอง ก็จะทำให้เพื่อนๆ รู้ตัวเองแล้วว่า การเงินของเราทั้ง 4 ด้านเป็นยังไง ด้านไหน ดีแล้ว ก็พัฒนาให้ดีขึ้นต่อไปครับ แต่ด้านไหนไม่ดี รีบรักษาให้หาย ก่อนมันจะลุกลาม ทำให้การเงินด้านอื่นๆ ไม่ดีนะครับ เพื่อนๆอย่าลืมวางแผนการเงินและตรวจสุขภาพการเงินด้วยนะครับ
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน