Indicator forex คืออะไร? 4 กลุ่ม indicator forex แนะนำสำหรับนักเทรดมือใหม่
ว่ากันว่า Indicator forex เป็นเหมือนเพื่อนตายของนักเทรด เพราะไม่ว่าราคาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรความจริงก็มักจะสะท้อนออกมาด้วยตัวบ่งชี้เหล่านี้เสมอ ซึ่งปัจจุบันในโปรแกรมเทรดต่าง ๆ ก็มักจะมี Indicator forex มากมาให้นักเทรดได้เลือกใช้ แต่ด้วยความมากมายแบบนี้เราก็มักจะสับสนไม่รู้จะเลือกใช้อะไรดี โดยเฉพาะนักเทรดมือใหม่ที่ยังไม่รู้เลยว่า Indicator forex คืออะไร และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง
ด้วยปัญหาคาใจเหล่านี้ บทความนี้เราจึงจะมาชวนคุยกันถึงความหมายของ indicator forex รวมถึงการแนะนำ indicator forex ประเภทต่าง ๆ ที่นักเทรดมือใหม่ควรทำความรู้จักไว้เพื่อให้ห่างไกลจากดอยกัน
Indicator Forex คืออะไร?
Indicator forex คือ ตัวชี้วัดทางเทคนิคเพื่อบ่งชี้ค ่าบางอย่าง ที่มักมีจะนำตัวแปรอย่าง ราคาเปิด, ราคาสูงสุด, ราคาต่ำสุด, ราคาปิด และปริมาณการซื้อขาย มาคำนวณและแสดงค่าออกมาเป็นกราฟ เพื่อให้ง่ายต่อการวิเคราะห์และตัดสินใจสำหรับนักเทรด อย่างที่กล่าวกันไว้ ราคาอาจหลอกตาได้ แต่ข้อมูลทางสถิตินั้นมักไม่สามารถหลอกกันได้ และทำให้เครื่องมือนี้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical analysis) ไปโดยปริยาย
Indicator forex แนะนำประเภทต่าง ๆ ที่ควรรู้จัก
การแบ่งประเภทของอินดิเคเตอร์นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ แต่สำหรับการจัดกลุ่มประเภทอินดิเคเตอร์หลัก ๆ ที่ทำให้พอเห็นจุดเด่นของอินดิเคเตอร์แต่ละตัวนั้นอาจแบ่งได้เป็น อินดิเคเตอร์ที่ช่วยบ่งบอกแนวโน้ม (Trend Indicators), อินดิเคเตอร์ที่ช่วยบอกโมเมนตัม (Momentum Indicators), อินดิเคเตอร์ที่ช่วยบอกความผันผวนของราคา (Volatility Indicators) และ อินดิเคเตอร์ที่วิเคราะห์จากปริมาณการซื้อขาย (Volume Indicators)
1. Trend Indicators: อินดิเคเตอร์บอกแนวโน้ม
อินดิเคเตอร์ตัวนี้เป็นแบบ Lagging Indicator ใช้เป็นตัวชี้ว่าตอนนี้ตลาดกำลังอยู่ในแนวโน้มอะไร เป็นขาขึ้น ขาลง หรือ ไม่มีแนวโน้ม (sideway)
Trend indicator มักถูกคำนวณขึ้นจากราคาเฉลี่ยย้อนหลัง ซึ่งมี indicator ที่เรารู้จักกันดี เช่น Moving Average (MA), Exponential Moving Agerage (EMA), Parabolic SAR, Average Directional Index (ADX) และ Moving Average Convergence Divergence (MACD)
☆ ตัวอย่างการใช้งานอินดิเคเตอร์ในกลุ่ม Trend
Moving Agerage (MA) เป็นอินดิเคเตอร์ที่คำนวณขึ้นจากราคาปิดของแท่งเทียนมาเฉลี่ยย้อนหลังตามช่วงเวลาที่กำหนด คำนวณได้จาก
Moving Average (n) = (P1 + P2 + P3 + P4 + ... + Pn) / n
ซึ่งสามารถนำมาบ่งบอกแนวโน้มของราคาได้โดยใช้เทคนิคการเรียงตัวของ MA อย่างน้อย 4 เส้นบ่งบอกค่าเฉลี่ยราคาในช่วงเวลาต่าง ๆ กันที่สมมติให้เป็น 5, 20, 75, 200
หาก MA มีการเรียงตัว 5, 20, 75, 200 จากบนลงล่าง นั่นหมายถึงค่าเฉลี่ยราคาในระยะสั้นสูงกว่าราคาเฉลี่ยในระยะยาว แนวโน้มราคานี้จึงเป็นขาขึ้น
ในทางกลับกันหาก MA มีการเรียงตัว 5, 20, 75, 200 จากล่างขึ้นบน นั่นหมายถึงค่าเฉลี่ยราคาระยะสั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของราคาในระยะยาว แนวโน้มราคาในระยะสั้นจึงยังคงเป็ขาลง
หาก MA ทั้งสี่เส้นไม่มีการเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ นั่นหมายถึงราคาในขณะนั้นไม่มีเทรนที่แน่นอน (sideway) ซึ่งการใช้อินดิเคเตอร์ระบุแนวโน้มแบบนี้ นักเทรดสามารถนำไปใช้ประเมินสภาพตลาดเพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตลาดในรูปแบบต่าง ๆ ได้
2. Momentum Indicators: อินดิเคเตอร์บอกโมเมนตัม
อินดิเคเตอร์บอกโมเมนตัม เป็น Leading Indicator ที่ใช้วัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา หรือ อัตราเร่งในการเคลื่อนไหวของราคาในกรอบเวลาหนึ่ง ๆ อินดิเคเตอร์บางตัวในกลุ่มนี้อาจถูกเรียกเป็น oscillators ที่มีการเคลื่อนไหวในกรอบค่า 0 – 100 ได้ด้วย
Momentum indicator ที่เรารู้จักกันดี เช่น Relative Strength Index (RSI), Stochastic และ Ichimoku Cloud
☆ ตัวอย่างการใช้งานอินดิเคเตอร์ในกลุ่ม Momentum
RSI เป็นอินดิเคเตอร์ที่นำค่าเฉลี่ยของวันที่ราคามีแนวโน้มขาขึ้นมาเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของวันที่ราคามีแนวโน้มขาลง แล้วนำมาเทียบค่าในกรอบ 0 – 100 เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง และช่วยบอกจุด overbought/ oversold ซึ่งค่านี้คำนวณได้จาก
RSI = 100 - (100/(1+RS))
เมื่อ RS = ค่าเฉลี่ยย้อนหลังของวันที่ราคาปรับขึ้น/ ค่าเฉลี่ยย้อนหลังของวันที่ราคาปรับลง
การอ่านค่า RSI ที่มากกว่า 70 นั่นหมายถึงตลาดกำลังซื้อมากเกินไป (Overbought) และมีแนวโน้มว่าจะลดความร้อนแรงลง หรือ ราคามีโอกาส correction ไปจนถึงกลับตัวเป็นขาลงได้
ในขณะที่ RSI ที่มีค่าต่ำกว่า 30 จะหมายถึง ภาวะที่มีการขายมากเกินไป (Oversold) และมีแนวโน้มว่าจะถูกซื้อกลับ หรือ บอกได้ว่าราคามีโอกาส rebound ไปจนถึงกลับตัวเป็นขาขึ้นได้
อินดิเคเตอร์ในกลุ่มนี้นิยมนำมาใช้ดูโมเมนตัมของราคาสินทรัพย์และช่วยบอกจุดกลับตัวของราคาในช่วงสั้นได้
3. Volatility Indicators: อินดิเคเตอร์บอกความผันผวนของราคา
อินดิเคเตอร์บอกความผันผวนของราคา เป็น Lagging Indicator ที่ใช้วัดความกว้างของราคาในช่วงที่กำหนด ยิ่งราคามีการเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง นั่นแสดงว่าในช่วงเวลาที่สังเกตนั้นราคามีความผันผวนสูง ซึ่งการบอกความผันผวนของราคานี้จะไม่ได้เป็นการชี้วัดทิศทางของราคา เป็นแค่การบอกช่วงของราคาเท่านั้น
Volatility Indicators ที่เรารู้จักกันดี เช่น Bollinger Bands
☆ ตัวอย่างการใช้งานอินดิเคเตอร์ในกลุ่ม Volatility
Bollinger Bands จะมีลักษณะเป็นเส้น 3 เส้นเรียงตัวตามการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าที่เราพิจารณา 1 เส้นตรงกลางจะหมายถึงเส้นค่าเฉลี่ย ขณะที่ 2 เส้นบน-ล่าง จะเป็นค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (2 standard deviations) ที่บ่งบอกกรอบ 2 เท่าของการแกว่งของราคาปกติ ซึ่งคำนวณได้จาก
MA (20) = ผลรวมของราคาปิด 20 แท่ง/ 20
Upper Band = MA +(ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน*2)
Lower Band = MA – (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน*2)
ยิ่งเส้น 2SD ถ่างกว้าง นั่นหมายถึงช่วงเวลาที่สังเกตมีความผันผวนของราคาสูง
เส้น 2SD บีบแคบ หมายถึงช่วงเวลาที่สังเกตมีความผันผวนของราคาต่ำ
สำหรับนักเทรด การเคลื่อนไหวของราคาที่มีความผันผวนสูงนั่นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคากำลังเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และเมื่อบวกรวมกับสมมติฐานที่ว่าราคาที่เบี่ยงเบนไปจากปกติ มักจะกลับเข้าสู่ค่าปกติเสมอ ทำให้เราสามารถนำอินดิเคเตอร์กลุ่มนี้มาจับจังหวะในการเทรดได้บนความผันผวนนี้เอง
4. Volume Indicators: อินดิเคเตอร์จากปริมาณการซื้อขาย
อินดิเคเตอร์จากปริมาณการซื้อขาย เป็นได้ทั้ง Leading หรือ Lagging Indicator เป็นตัวที่บอกปริมาณการซื้อขายในช่วงเวลานั้น ๆ ว่ามีการซื้อหรือขายกันอยู่
Volume Indicators ที่เรารู้จักกันดี เช่น On-Balance Volume (OBV) และ Chaikin Money Flow
☆ ตัวอย่างการใช้งานอินดิเคเตอร์ในกลุ่ม Volume
OBV เป็นอินดิเคเตอร์ที่บอกปริมาณการซื้อขายของสินทรัพย์ตัวนั้น ๆ เมื่อเทียบกับราคาที่ทำการซื้อขายอยู่ คำนวณได้จาก
ถ้าราคาปิดวันนี้ > วันก่อน; Current OBV = Previous OBV + Current Volume
ถ้าราคาปิดวันนี้ < วันก่อน; Current OBV = Previous OBV – Current Volume
ถ้าราคาปิดวันนี้ = วันก่อน; Current OBV = Previous OBV (ไม่เปลี่ยน)
ถ้า OBV ปรับตัวขึ้น นั่นหมายความว่า Volume ของวันที่หุ้นขึ้นมากกว่า Volume ของวันที่หุ้นลง ซึ่งแสดงถึงการซื้อสะสม ทำให้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้น
ถ้า OBV ปรับตัวลง นั่นหมายความว่า Volume ของวันที่หุ้นลง มากกว่า Volume ของวันที่หุ้นขึ้น ซึ่งแสดงถึงการทยอยขาย ทำให้ราคามีโอกาสปรับตัวลงตามมา
การสังเกตปริมาณการซื้อขายด้วย Volume Indicators ค่อนข้างมีความสำคัญ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่มีนัยยะมักจำเป็นต้องมีการสนับสนุนจากปริมาณการซื้อขายช่วยยืนยันด้วย
เทรด forex ด้วย Indicators ต่างๆ ที่ Mitrade อย่างฟรี
MiTrade เป็นโบรกเกอร์ forex ที่มีความน่าเชื่อถือสูงและได้รับความนิยมจากนักลงทุนไทยอย่างมาก แพลตฟอร์มการเทรดของ MiTrade ได้เสนอเครื่องมือและบริการหลากหลายเพื่อสนับสนุนความต้องการในการเทรดของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นกราฟราคาแบบเรียลไทม์ที่แสดงแนวโน้มการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินต่าง ๆ พร้อมทั้งเครื่องมือช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ เช่น การตีเส้นแนวโน้ม, พิชฟอร์ค, การวาดบรัชและเครื่องมือช่วยวัดระยะ ฯลฯ เพื่อเพิ่มความแม่นยำการคาดการณ์ให้มากขึ้น
นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกปรับรูปแบบกราฟราคาได้ตามความต้องการ เช่น กราฟบาร์ (Bar Chart), กราฟแท่งเทียน, กราฟแท่งเทียนแบบกลวง, กราฟไฮเกน อาชิ, กราฟเส้นฐาน กราฟเส้นที่เห็นพื้นที่ใต้กราฟ ฯลฯ ทั้งยังสามารถเลือกช่วงกรอบราคา (Time frame) ได้ด้วย รวมถึงรอบราคา M1, M5, M15, M30, H1, H2, H4, D1, W1, M1 ในแบบที่ประยุกต์ใช้ได้กับทุกรูปแบบในการวิเคราะห์ทางเทคนิค
MiTrade ได้เสนอ Indicators หลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกใช้ครบทุกความต้องการที่จำเป็น ทั้ง Indicators ยอดฮิตอย่าง Simple Moving Averages (SMA), Exponential Moving Averages (EMA), Moving Average Convergence Divergence (MACD), Relative Strength Index (RSI),Momentum, Bollinger Bands, Commodity Channel Index (CCI), TRIX, Average True Range (ATR), Weighted Moving Average ฯลฯ เป็นต้น
ส่งท้าย
สำหรับใครที่ยังงงว่า Indicator forex คืออะไรก็คงพอได้คำตอบกันไปบ้างแล้ว รวมถึงประเภทของ Indicator forex แนะนำแบบคร่าว ๆ ที่หากอ้างอิงจากการจัดกลุ่มที่กล่าวมานี้ นักเทรดก็สามารถค้นหาอินดิเคเตอร์อื่น ๆ ในลักษณะที่คล้ายกัน หรือนำสูตรของอินดิเคเตอร์เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้เป็นของตัวเองก็ได้ ซึ่งการเชี่ยวชาญในการใช้อินดิเคเตอร์สำหรับนักเทรดนั้นเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะ Indicator forex มักเป็นปัจจัยสำคัญที่นักเทรดเอาไว้ใช้ประเมินสภาพตลาด ใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ ใช้ในการกำหนดจุดเข้าทำรายการ นักเทรดยังสามารถสร้างระบบเทรดขึ้นจากอินดิเคเตอร์เหล่านี้ได้ด้วย ซึ่งเราจะสรรหา Indicator ที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังต่อไป
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน